Technology

ใครจะครอง AI ของบริษัทคุณ? ฟังคำตอบจาก CEO ของ Glean

JJames Mitchell
อ่าน 1 นาที
0
ใครจะครอง AI ของบริษัทคุณ? ฟังคำตอบจาก CEO ของ Glean

ใครจะเป็นเจ้าของชั้น AI ของบริษัทคุณ? ซีอีโอของ Glean อธิบาย

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวกระโดด การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในองค์กรกลายเป็นเรื่องปกติ แต่คำถามที่หลายคนอาจยังสงสัยคือ ใครจะเป็นเจ้าของชั้น AI ของบริษัทคุณ? ในบทความนี้ เราจะมาพูดคุยกับซีอีโอของ Glean, บริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน AI และการจัดการข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของชั้น AI ในองค์กร

ทำความรู้จักกับ AI Layer

AI Layer หรือชั้นปัญญาประดิษฐ์คือระบบที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานและข้อมูลดิบที่เก็บรวบรวมไว้ในองค์กร AI Layer ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจทางธุรกิจเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

ในปี 2023 การใช้งาน AI ในองค์กรทั่วโลกเพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามรายงานของ IDC การเติบโตนี้สะท้อนถึงความสำคัญของ AI Layer ที่เข้ามามีบทบาทในการทำงานขององค์กร

ความท้าทายในการเป็นเจ้าของ AI Layer

การเป็นเจ้าของ AI Layer ไม่ได้หมายความถึงการมีสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูล การปกป้องข้อมูล และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • การจัดการข้อมูล: องค์กรต้องมีความสามารถในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การปกป้องข้อมูล: การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย: กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น GDPR ในยุโรป กำหนดให้ต้องมีการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

บทบาทของ Glean ในการกำหนดเจ้าของ AI Layer

Glean เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่เน้นการพัฒนา AI เพื่อช่วยเหลือองค์กรในการจัดการข้อมูล ซีอีโอของ Glean ได้อธิบายว่าการเป็นเจ้าของ AI Layer ควรเป็นการร่วมมือระหว่างฝ่ายเทคโนโลยีและฝ่ายธุรกิจในองค์กร

"องค์กรจำเป็นต้องมีการวางแผนและกำหนดบทบาทการทำงานที่ชัดเจนระหว่างทีมต่างๆ เพื่อให้การใช้งาน AI เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ" ซีอีโอของ Glean กล่าว "นอกจากนี้ การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น จานนิส อันเทโทคุมโป ร่วมลงทุนใน Kalshi ยังสามารถช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย"

สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับ AI ในองค์กร

  • 90% ขององค์กรที่ใช้ AI รายงานว่ามีการปรับปรุงในด้านประสิทธิภาพของธุรกิจ (McKinsey & Company)
  • 85% ของผู้บริหารเชื่อว่า AI จะทำให้ธุรกิจของพวกเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น (PwC)
  • ในปี 2025 คาดว่าตลาด AI ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง $190 พันล้าน (Statista)

การเลือกแพลตฟอร์ม AI ที่เหมาะสม

การเลือกแพลตฟอร์ม AI ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการสร้าง AI Layer ที่มีประสิทธิภาพ องค์กรควรพิจารณาความสามารถในการปรับตัวของแพลตฟอร์ม ความสะดวกในการใช้งาน และการสนับสนุนที่ได้รับจากผู้ให้บริการ

ซีอีโอของ Glean เน้นย้ำว่า "การเลือกแพลตฟอร์ม AI ไม่ใช่เพียงแค่การดูที่เทคโนโลยี แต่ยังต้องพิจารณาถึงการสนับสนุนจากผู้ให้บริการและความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต" การเลือกแพลตฟอร์ม AI ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการลงทุนในเทคโนโลยีที่มีศักยภาพเช่นเดียวกับที่ Crypto.com ทุ่ม $70 ล้านซื้อโดเมน AI.com เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต.

บทสรุป

การตัดสินใจว่าใครจะเป็นเจ้าของชั้น AI ในองค์กรนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย การเข้าใจถึงบทบาทและความท้าทายของ AI Layer จะช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ในท้ายที่สุด การเป็นเจ้าของ AI Layer ไม่ได้หมายถึงการครอบครองเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างความสามารถในการปรับตัวและการเติบโตขององค์กรในยุคดิจิทัล การปรับตัวนี้ยังเกี่ยวข้องกับ โครงการ AI 'Magnificent Ambersons' ที่ช่วยลดความเครียดในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

Did you find this article helpful?

Share this article

คำถามที่พบบ่อย

AI Layer หรือชั้นปัญญาประดิษฐ์ คือระบบที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานและข้อมูลดิบในองค์กร มันช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว การมี AI Layer ที่ดีสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการจัดการข้อมูลได้อย่างมาก.
การจัดการ AI Layer เป็นสิ่งสำคัญเพราะมันไม่เพียงแค่เกี่ยวกับการมีสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ แต่ยังรวมถึงการจัดการและปกป้องข้อมูล การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น GDPR และการสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลที่ใช้มีคุณภาพและปลอดภัย.
การเป็นเจ้าของ AI Layer ควรเป็นการร่วมมือระหว่างฝ่ายเทคโนโลยีและฝ่ายธุรกิจในองค์กร เพื่อให้มีการวางแผนและกำหนดบทบาทที่ชัดเจน การทำงานร่วมกันนี้จะช่วยให้การใช้งาน AI มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.
การเลือกแพลตฟอร์ม AI ที่เหมาะสมมีความสำคัญเพราะมันส่งผลต่อประสิทธิภาพของ AI Layer องค์กรควรพิจารณาความสามารถในการปรับตัว ความสะดวกในการใช้งาน และการสนับสนุนจากผู้ให้บริการเพื่อให้การใช้งาน AI เป็นไปอย่างราบรื่น.
AI มีแนวโน้มที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นสำหรับธุรกิจ โดยคาดว่าตลาด AI จะมีมูลค่าสูงถึง $190 พันล้านในปี 2025 และ 90% ขององค์กรที่ใช้ AI รายงานว่ามีการปรับปรุงในด้านประสิทธิภาพของธุรกิจ.