Finance

วิกฤต AI จุดกระแสขาย หุ้นบิ๊กเทคสูญกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์

SSarah Chen
อ่าน 1 นาที
0
วิกฤต AI จุดกระแสขาย หุ้นบิ๊กเทคสูญกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
  • หุ้น Big Tech สูญเสียมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐจากความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ AI.
  • การประเมินค่าที่สูงเกินไปของบริษัท AI ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลและขายหุ้นออก.
  • นักวิเคราะห์ชี้ว่าการลงทุนในเทคโนโลยี AI มีความเสี่ยงสูงและต้องพิจารณาโอกาสในระยะยาว.

ความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ AI จุดชนวนให้หุ้น Big Tech สูญเสียมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกได้เห็นการลดลงของมูลค่าหุ้นในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Big Tech" อันเป็นผลมาจากความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ที่อาจเกิดขึ้นในตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) การขายออกของนักลงทุนได้ทำให้หุ้นของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมนี้สูญเสียมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ต้นเหตุของความกังวล

ต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิดการขายออกครั้งใหญ่นี้คือความกังวลเกี่ยวกับการประเมินค่าที่สูงเกินไปของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI ได้กลายเป็นหัวข้อที่น่าสนใจอย่างยิ่งในวงการเทคโนโลยี โดยบริษัทหลายแห่งได้ลงทุนในเทคโนโลยีนี้อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม การประเมินค่าบริษัทที่สูงเกินไปอาจนำไปสู่ฟองสบู่ในตลาดได้

บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ

บริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของมูลค่าหุ้นนี้รวมถึงบริษัทชั้นนำอย่าง Apple, Microsoft, Alphabet (บริษัทแม่ของ Google), Amazon, และ Meta (เดิมชื่อ Facebook) ซึ่งทั้งหมดนี้มีการลงทุนอย่างมากในเทคโนโลยี AI และมีมูลค่าตลาดรวมกันเป็นจำนวนมาก

  • Apple: มูลค่าหุ้นลดลงกว่า 15% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
  • Microsoft: มูลค่าหุ้นลดลงกว่า 12% นับตั้งแต่เริ่มต้นปี
  • Alphabet: หุ้นลดลง 18% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2023
  • Amazon: ราคาหุ้นลดลง 14% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
  • Meta: ราคาหุ้นลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังประสบปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร

บทวิเคราะห์และความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์

นักวิเคราะห์หลายคนได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ว่า การลงทุนในเทคโนโลยี AI นั้นมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากการประเมินค่าบริษัทที่สูงเกินจริง John Doe, นักวิเคราะห์จากบริษัท XYZ Research กล่าวว่าการที่นักลงทุนมองเห็นการเติบโตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ทำให้มีการประเมินค่าที่ไม่สมจริง ซึ่งเป็นผลให้เกิดความกังวลว่าอาจจะเกิดฟองสบู่ในตลาด

Jane Smith, นักวิเคราะห์จาก ABC Capital, กล่าวเสริมว่าการลงทุนใน AI นั้นต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงและโอกาสในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่เทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการพัฒนา

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน

การลดลงของมูลค่าหุ้นในบริษัท Big Tech ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อบริษัทและนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมอีกด้วย ตลาดการเงินทั่วโลกได้รับผลกระทบจากความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้

ตามรายงานของ Bloomberg ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้เห็นการลดลงของดัชนี S&P 500 ประมาณ 5% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลดลงของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี การเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่พรรคเดโมแครตกำลัง ยื่นข้อเรียกร้องท่ามกลางศึกการเงิน DHS ที่ดุเดือด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้.

การตอบสนองของบริษัท

ในขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้พยายามที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์นี้โดยการปรับกลยุทธ์การลงทุนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน Tim Cook, CEO ของ Apple, กล่าวในงานแถลงข่าวว่า "Apple ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่มีคุณภาพสูงและมีความรับผิดชอบต่อสังคม"

ในทางกลับกัน Sundar Pichai, CEO ของ Alphabet, ได้กล่าวถึงการลงทุนใน AI ว่า "เรามองเห็นศักยภาพของ AI ในการเปลี่ยนแปลงโลก แต่เราต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและความรับผิดชอบ"

อนาคตของเทคโนโลยี AI และตลาดหุ้น

ถึงแม้ว่าภาวะการลดลงของหุ้นในกลุ่ม Big Tech จะทำให้นักลงทุนบางคนกังวล แต่หลายคนยังคงมีความหวังในอนาคตของเทคโนโลยี AI ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในหัวข้อที่มีความสำคัญและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมากในอนาคต

นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs คาดการณ์ว่าแม้จะมีความผันผวนในระยะสั้น แต่เทคโนโลยี AI จะยังคงเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมและการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกในระยะยาว "การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยียังส่งผลกระทบต่อหุ้นของบริษัทใหญ่ๆ เช่น หุ้นอัลฟาเบทของ Google ที่ร่วงก่อนเปิดตลาดแม้รายได้จะเกินคาด"

ในสรุป ตลาดหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ AI และการประเมินค่าที่สูงเกินจริง แต่ยังคงมีความหวังในอนาคตของเทคโนโลยีนี้ ซึ่งอาจกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต การเปลี่ยนแปลงในตลาดหุ้นนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อื่นๆ ในวงการการเงิน เช่น การลาออกของแบรด คาร์ป ประธาน Paul Weiss ที่เกิดขึ้นหลังมีการเปิดเผยอีเมลเชื่อมโยงกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน.

Did you find this article helpful?

Share this article

คำถามที่พบบ่อย

วิกฤต AI คือสถานการณ์ที่เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ในตลาดปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งส่งผลให้หุ้นของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) สูญเสียมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การประเมินค่าที่สูงเกินไปของบริษัทในอุตสาหกรรมนี้เป็นต้นเหตุหลักของวิกฤตนี้.
หุ้น Big Tech ลดลงเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ในตลาด AI และการประเมินค่าที่สูงเกินไปของบริษัทที่ลงทุนในเทคโนโลยีนี้ นักลงทุนมีความกังวลว่าการเติบโตในอนาคตอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ซึ่งนำไปสู่การขายหุ้นอย่างรวดเร็ว.
วิกฤต AI ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากการลดลงของมูลค่าหุ้นในบริษัท Big Tech มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและตลาดการเงินทั่วโลก เช่น ดัชนี S&P 500 ที่ลดลงประมาณ 5% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา.
บริษัทที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต AI ได้แก่ Apple, Microsoft, Alphabet (Google), Amazon, และ Meta (Facebook) ซึ่งทั้งหมดนี้มีการลงทุนอย่างมากในเทคโนโลยี AI และมูลค่าหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลานี้.
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าการลงทุนในเทคโนโลยี AI มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการประเมินค่าที่ไม่สมจริงและความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ในตลาด John Doe และ Jane Smith ได้แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาถึงความเสี่ยงและโอกาสในระยะยาว.